“ช่วงเวลาแห่งความภาคภูมิใจ” พช.น่าน ยกขบวนรับโล่รางวัล ในงานวันพัฒนาชุมชน 2565 ครั้งที่ 11 ในวาระครบรอบ60 ปี กรมการพัฒนาชุมชน สร้างสรรค์ชุมชน สร้างคน สร้างชาติ ระหว่างวันที่ 5-7 กันยายน 2565
วันที่ 5 กันยายน 2565 เวลา 10.00 น. พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีอัญเชิญโล่รางวัลพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รางวัลตำบลเข้มแข็งตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และรางวัลหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง “อยู่เย็น เป็นสุข” โดยมี นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายสมคิด จันทมฤก อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน หัวหน้าส่วนราชการระดับกรมและรัฐวิสาหกิจ ในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ข้าราชการ พนักงานกรมการพัฒนาชุม และหน่วยงานภาคีเครือข่าย เข้าร่วมพิธี
ในส่วนของจังหวัดน่าน นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน มอบหมายให้ นายชำนาญ บุดาสา พัฒนาการจังหวัดน่าน พร้อมด้วย นายธงชัย ธนสถิตย์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชน นางณัฐนรี ศรีชัยยะ ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน นางสาวธัญภรณ์ ณ น่าน ผู้อำนวยการกลุ่มงานประสารและสนับสนุนการบริหารงานพัฒนาชุมชน นายชัยยะ ศรีชัยยะ ผู้อำนวยการกลุ่มงานสารสนเทศการพัฒนาชุมชน พัฒนาการอำเภอ และเจ้าหน้าที่ในสังกัดสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดน่าน เข้าร่วมพิธีฯ โดยมีผู้แทนหมู่บ้าน/ตำบล ของจังหวัดน่าน ที่เข้ารับโล่รางวัลพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี 2565 ประกอบด้วย รางวัลหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง “อยู่เย็น เป็นสุข” ดีเด่นระดับจังหวัด ได้แก่ บ้านต้นฮ่าง หมู่ที่ 2 ตำบลป่าคา อำเภอท่าวังผา และรางวัลตำบลเข้มแข็งตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ดีเลิศระดับจังหวัด ได้แก่ ตำบลป่าคา อำเภอท่าวังผา
พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานโล่รางวัลตำบลเข้มแข็งตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง “อยู่เย็น เป็นสุข” ในครั้งนี้ นับเป็นความภาคภูมิใจของกระทรวงมหาดไทย และภาคีเครือข่ายของกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้นำหมู่บ้าน/ชุมชนในแต่ละตำบลทุกท่านที่ล้วนเป็นกำลังสำคัญในการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในการพัฒนาหมู่บ้าน /ชุมชนและตำบลให้เข้มแข็งต่อเนื่อง อันเป็นการสืบสาน รักษา และต่อยอดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ให้มีความยั่งยืนสืบไป
ด้าน นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทย ได้มอบหมายให้กรมการพัฒนาชุมชน ดำเนินการขับเคลื่อนการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นหลักในการพัฒนาหมู่บ้านและชุมชน ตั้งแต่ปี 2549 เพื่อส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ให้กับชุมชนและการมีส่วนร่วมของประชาชนผ่านกระบวนการสร้างและพัฒนาผู้นำชุมชน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปสู่การปฏิบัติตนเป็นวิถีชีวิตของประชาชน และได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานโล่รางวัลให้กับหมู่บ้านที่มีการพัฒนาตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งกรมการพัฒนาชุมชนได้ดำเนินการคัดเลือกหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง”อยู่เย็น เป็นสุข” ที่ชนะเลิศระดับจังหวัดเพื่อยกย่องเชิดชูและเผยแพร่ผลงานแก่สาธารณชนเป็นประจำทุกปีจนถึงปัจจุบันมีหมู่บ้านที่เข้ารับรางวัลแล้วจำนวน 1,375 หมู่บ้าน
ขณะที่ นายสมคิด จันทมฤก อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า ในปี 2565 กรมการพัฒนาชุมชนได้ดำเนินการสรรหาและคัดเลือกตำบลที่มีการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงใช้พลังชุมชนของเครือข่ายทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนการพัฒนาตำบล ให้สามารถพึ่งตนเองอย่างยั่งยืน โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โปรดเกล้าฯ พระราชทานโล่รางวัลให้แก่ผู้ชนะเลิศรางวัลตำบลเข้มแข็งตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ดีเลิศระดับจังหวัด สร้างความภูมิใจให้แก่ประชาชนในตำบลและตระหนักถึงภารกิจอันยิ่งใหญ่ในการร่วมมือการสืบสานปณิธานของชุมชน ตามรอยเบื้องพระยุคลบาท เศรษฐกิจพอเพียง ให้ต่อเนื่องและยั่งยืน
จากนั้นในเวลา 13.30 น. นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดงาน “วันพัฒนาชุมชน” ครั้งที่ 11 วาระครบรอบ 60 ปี กรมการพัฒนาชุมชน พร้อมปาฐกถาพิเศษ “กรมการพัฒนาชุมชนกับการขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงมหาดไทยสู่ Change for Good” โดยมี พระครูสมุห์วัชระ ภทฺทธมฺโม ที่ปรึกษาปลัดกระทรวงมหาดไทย รองศาสตราจารย์วรวรรณ โรจนไพบูลย์ ที่ปรึกษาปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเชฐ โสวิทยสกุล ที่ปรึกษาปลัดกระทรวงมหาดไทย นายสมคิด จันทมฤก อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายนิวัติ น้อยผาง และนายสุรศักดิ์ อักษรกุล รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ส่วนราชการระดับกระทรวง/กรม คณะทำงานจัดกิจกรรมครบรอบ 60 ปี กรมการพัฒนาชุมชน พร้อมด้วยอดีตผู้บริหาร ผู้บริหารกรมการพัฒนาชุมชน บุคลากรกรมการพัฒนาชุมชน และสื่อมวลชน เข้าร่วมงานฯ ณ อาคารรัฐประศาสนภักดี ชั้น 2 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ
กรมการพัฒนาชุมชน เป็นหน่วยงานที่ทำงานใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชนในชนบทอีกหน่วยงานหนึ่งของกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะผู้นำชุมชน กลุ่ม/องค์กร/เครือข่ายในทุกหมู่บ้าน/ตำบลส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการช่วยกันพัฒนาหมู่บ้าน/ชุมชน มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2505 จนถึงวันนี้ เป็นเวลา 60 ปี แล้ว ที่กรมการพัฒนาชุมชนได้มีส่วนสำคัญในการวางรากฐานการพัฒนาชนบทของประเทศ สร้างเศรษฐกิจฐานรากที่มั่นคง ประชาชนสามารถพึ่งตนเองได้ โดยยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาเป็นแนวทางในการดำเนินงาน โดยในภาคเช้าได้มีการมอบรางวัลโล่พระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีฯ รางวัลหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง “อยู่เย็นเป็นสุข” ดีเด่นระดับจังหวัด รางวัลโล่พระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีฯ รางวัลตำบลต้นแบบเข้มแข็งตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเชิดชูเกียรติผู้นำชุมชน 151 รางวัล โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้อัญเชิญรางวัล และในภาคบ่ายได้มอบรางวัลเชิดชูเกียรติให้ผู้นำชุมชน ผู้นำองค์กรชุมชนและเครือข่ายที่มีผลงานดีเด่น ทั้ง 5 ประเภท รวม 139 รางวัล รวมทั้งหมด 310 รางวัล ซึ่งจังหวัดน่าน มีตัวแทนผู้เข้ารับรางวัลเชิดชูเกียรติ ประกอบด้วย ประเภทรางวัลสุดยอดผู้นำหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดิน ได้แก่ นายสวงษ์ ใหม่จันทร์ บ้านดอนไชย ตำบลนาน้อย อำเภอนาน้อย สุดยอดผู้นำนักพัฒนา” ประเภทสุดยอดผู้นำกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีดีเด่นระดับภาค (ภาคเหนือ) ได้แก่ นางวาสนา ยศสอน หัวหน้าคณะทำงานขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดน่าน และ รางวัลเชิดชูเกียรติคนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีดีเด่น ระดับเขตตรวจราชการ ประจำปี 2565 นางสาวพนิดา ไชยกลาง หัวหน้าคณะทำงานขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีตำบลบ่อเกลือใต้ อำเภอบ่อเกลือ และรางวัลหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดินดีเด่น ระดับกรมการพัฒนาชุมชน ได้แก่ บ้านดอนไชย หมู่ที่ 2 ตำบลนาน้อย อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน
นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า “กรมการพัฒนาชุมชน ครบ 60 ปี ยิ่งทำให้เห็นความมุ่งมั่นตั้งใจ พยายามผลักดันขับเคลื่อนการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่าย เพื่อนำไปสู่เป้าหมายสูงสุดของกระทรวงมหาดไทย คือ การบำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้กับพี่น้องประชาชน สิ่งที่น่าดีใจในวันนี้คือเราได้เห็นว่าภาคีเครือข่ายภาคศาสนา รวมถึงเครือข่ายผู้นำภาคราชการ อธิบดี รองอธิบดี ผู้อำนวยการองค์การตลาด ผู้บริหารส่วนกลางของกรมการพัฒนาชุมชน รวมทั้งภาควิชาการ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ภาคประชาชน สื่อมวลชน และภาคธุรกิจ ทั้งนี้ไม่ว่าจะครบ 60 หรือ 100 ปี ไม่ใช่เรื่องสำคัญสิ่งที่สำคัญที่สุดคือพี่น้องชาวกรมการพัฒนาชุมชนทุกคนเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ปฏิบัติหน้าที่ในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้พี่น้องประชาชนทั่วประเทศใน 878 อำเภอ 67 ล้านคน ต้องเป็นเหมือนออแกไนเซอร์เป็นเหมือนโซ่ข้อกลางเชื่อมความร่วมมือทุกภาคีเครือข่ายต่าง ๆ ให้มาร่วมอุดมการณ์ในการช่วยกันบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ให้กับพี่น้องประชาชน เพราะคนที่มีหน้าที่ในการเป็นผู้นำควรมีการชักชวนจูงใจให้คนที่มีจิตอาสามาร่วมรับรู้ ร่วมคิด ร่วมในการขับเคลื่อนงาน เพื่อที่จะให้ภารกิจในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ซึ่งมีงานมากมายตั้งแต่เกิดแก่เจ็บตาย คนที่เป็นจิตอาสาควรเข้ามาร่วมในการทำงาน เพราะฉะนั้นพี่น้องกรมการพัฒนาชุมชนทุกคนซึ่งมีอุดมการณ์ในการพัฒนาจำเป็นจะต้องเสริมในเรื่องของการช่วยกันในการกล้าขอความช่วยเหลือจากภาคีเครือข่ายที่อยู่รอบตัวเราให้มาร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจของเราให้บังเกิดความสำเร็จ ไปสู่เป้าหมายของกรมการพัฒนาชุมชนภายใต้กระทรวงมหาดไทย สำหรับผู้นำชุมชน ผู้นำกลุ่ม องค์กรที่มารับรางวัลในวันนี้มีการขับเคลื่อนภารกิจงานที่เป็นประโยชน์และเกิดผลดีต่อชุมชน กลุ่มองค์กรของท่านจึงดีเด่นดีเลิศ พร้อมนี้ ขอแสดงความยินดีกับทุกท่านอีกครั้งรวมทั้งพี่น้องชาวกรมการพัฒนาชุมชน ภายใต้การขับเคลื่อนภารกิจ ซึ่งเป็นหน่วยงานภาคราชการที่ได้รับการยกย่องนับถือจากพี่น้องประชาชน พวกเราได้มีโอกาสปฏิบัติหน้าที่ข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทำให้ชุมชนมีความสุข มีความมั่นคงเข้มแข็งมากขึ้นต่อไป ขอให้ทุกท่านมีความสุข สุขภาพแข็งแรงและขอให้พวกเราประสบความสำเร็จในการเชิญชวนให้ภาคีเครือข่ายพี่น้องสมาชิกได้ช่วยกันพัฒนาชุมชนให้เป็นชุมชนที่เข้มแข็งและมีความสุขอย่างยั่งยืนร่วมกัน”
ด้าน นายสมคิด จันทมฤก อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า “กรมการพัฒนาชุมชนได้จัดงานวันพัฒนาชุมชนเป็นประจำทุกปี ตั้งแต่ปี 2553 จนถึงปี 2562 สำหรับปี 2563 และ 2564 ได้งดการจัดไป เนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในโอกาสที่กรมการพัฒนาชุมชนจะครบ 60 ปี ของการก่อตั้งกรมการพัฒนาชุมชน ในวันที่ 1 ตุลาคม 2565 ที่จะถึงนี้ กรมการพัฒนาชุมชนจึงได้จัดงานวันพัฒนาชุมชน 2565 ครั้งที่ 11 วาระครบรอบ 60 ปี กรมการพัฒนาชุมชนขึ้น ถือเป็นงานแห่งความภาคภูมิใจของชาวพัฒนาชุมชน ซึ่งประกอบด้วย ข้าราชการกลุ่ม องค์กร เครือข่าย และภาคีเครือข่ายการพัฒนา จำนวน 775 คน เป็นเวทีนำเสนอผลความสำเร็จของการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรม โดยกิจกรรมในงาน ระหว่างวันที่ 5-7 กันยายน 2565 ประกอบด้วย การจัดนิทรรศการครบรอบ 60 ปี กรมการพัฒนาชุมชน นิทรรศการ “สถาบันพระมหากษัตริย์กับงานพัฒนาชุมชน” และนิทรรศการตามประเด็นการพัฒนา รวม 9 นิทรรศการ ซึ่งนำเสนอภาพการทำงานในอดีตของบรรดานักพัฒนาชุมชนของกรมการพัฒนาชุมชนในรอบ 60 ปี ที่ผ่านมา การมอบรางวัลโล่พระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รางวัลหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง “อยู่เย็น เป็นสุข” ดีเด่นระดับจังหวัด รางวัลโล่พระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รางวัลตำบลต้นแบบเข้มแข็งตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเชิดชู เกียรติผู้นำชุมชน รางวัลเชิดชูเกียรติผู้นำองค์กรชุมชนและเครือข่าย 5 ประเภท รวม 139 รางวัล รางวัลเกียรติคุณ 2 รางวัล รางวัลข้าราชการ ลูกจ้างประจำและพนักงานราชการดีเด่น กรมการพัฒนาชุมชน และข้าราชการเกษียณอายุ ประจำปี พ.ศ. 2565 รวมทั้งสิ้น 263 รางวัล งาน 60 ปีกรมการพัฒนาชุมชน หรือ CD DAY 2022 ยังมีการปาฐกถาพิเศษและการเสวนาวิชาการ รวม 8 หัวข้อ การจำหน่ายผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) และ ผลิตภัณฑ์จากการดำเนินงานพัฒนาชุมชน 220 บูธ จึงขอเชิญชวนประชาชนผู้สนใจสามารถเข้าชมงานได้ทุกวันตั้งแต่ 08.00-18.00 น. เพื่อทำความรู้จักกรมการพัฒนาชุมชนให้ดียิ่งขึ้น และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาประเทศของเราไปด้วยกัน” อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวปิดท้าย
กรมการพัฒนาชุมชน และสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดน่าน..ภาพข่าว/รายงาน
#สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดน่าน
#CDDAY
#60ปีกรมการพัฒนาชุมชน